บางคนเกิดมาเพื่อใช้กรรม บางคนเกิดมาเพื่อสร้างบารมี


มีอยู่หลายเรื่อง ที่ชาวพุทธเข้าใจผิดอย่างมาก ในคำสอนของพระพุทธเจ้า

หนึ่งในนั้น คือ หลักการการปฏิบัติธรรม เข้าใจว่าพระดีมีธรรมต้องใช้ชีวิตแบบลำบากที่สุด ยิ่งลำบาก ยิ่งใกล้ธรรมะ

แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะพระพุทธเจ้าแบ่งปฏิปทาในการปฏิบัติธรรมออกเป็น 4 อย่าง ตามจริต ซึ่งหมายถึง สิ่งที่เคยบำเพ็ญมาตั้งแต่อดีตชาติ ถ้าตรงก็ไปเร็ว ถ้าผิดก็ไปช้า

ปฏิปทาท่านตรัสไว้มี 4 อย่างคือ

1. บางคนปฎิบัติลำบาก....รู้ธรรมได้ช้า
2. บางคนปฎิบัติลำบาก...รู้ธรรมได้เร็ว
3. บางคนปฎิบัติสบาย......รู้ธรรมได้ช้า
4. บางคนปฏิบัติสบาย.....รู้ธรรมได้เร็ว

#เคยได้พบกับพระอาจารย์รูปหนึ่ง

ท่านปฎิบัติตามแนวกสิณโดยท่านฝึกเพ่งกสิณสีขาวอยู่หลายปี แม้จะพากเพียรอย่างไรไม่สำเร็จ พอท่านได้รับคำแนะนำ ให้เปลี่ยนอุบายในการฝึกจากสีขาวเป็นสีแดง ใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือนก็ได้สำเร็จกสิณตามที่ปรารถนาอย่างนี้เรียกว่า อุบายตรงกับจริต

#ส่วนปฏิปทาตรงกับจริตหมายถึง
ปฏิบัติแบบไหนแล้วจิตรู้สึกเบาสบาย สงบได้เร็ว ปัญญาก็พัฒนาได้เร็ว นั่นแสดงว่าปฏิปทากับจริตตรงกันแล้ว

#คำว่าจริตก็เหมือนกับพืชนั่นแหละ
พืชบางอย่างชอบอากาศหนาว ถ้าปลูกในเขตหนาวจะโตไวให้ผลผลิตดี ถ้าปลูกในเขตร้อนดูแลอย่างไรก็ไม่โต

พืชบางอย่างชอบอากาศร้อนถ้าปลูกในเขตร้อน ก็จะโตไวให้ผลดี ถ้าปลูกในเขตหนาว ก็แคระแกร็นอยู่อย่างนั้นไม่ยอมโตเอาเสียเลย #พืชเขาชอบนะ ไม่ใช่ผู้ปลูกชอบ

จริตบางคนเหมาะกับความลำบาก ถ้าปฎิบัติแบบลำบาก จิตก็ก้าวหน้าเร็ว ถ้าปฏิบัติแบบสบาย ไม่ได้การเสียเลย

จริตบางคนเหมาะกับความสบาย ถ้าปฏิบัติแบบลำบากก็ไม่ก้าวหน้าเลย ถ้าปฏิบัติแบบสบายๆ รู้สึกก้าวหน้าเร็ว #จริตเขาชอบนะไม่ใช่เราชอบ

#สำหรับคนบาปเขาเกิดมาเพื่อเสวย "วิบากบาป" หรืออย่างที่คน มักพูดว่า "เกิดมาเพื่อใช้กรรม" 

สำหรับคนมีบุญเขา "เกิดมาเพื่อสร้างบารมีให้เต็ม" หรือ "เกิดมาเพื่อต่อของเก่า" ที่เคยทำไว้ตั้งแต่อดีตชาติ

#บารมีเต็มเมื่อไหร่ หรือต่อของเก่าสำเร็จชาติไหน ก็ถึงนิพพานในชาตินั้น
นี่คือเหตุผลทำไมคนมีบุญจึงมุ่งหมายแต่จะสะสมบุญ ในขณะที่คนบาปเอาแต่สะสมบาปไม่หยุดหย่อนเหตุเพราะของเก่าคนละอย่างกัน และเหตุเพราะบางคนมีบางคนไร้กัลยาณมิตรนั่นเอง



บางคนเกิดมาเพื่อใช้กรรม บางคนเกิดมาเพื่อสร้างบารมี บางคนเกิดมาเพื่อใช้กรรม บางคนเกิดมาเพื่อสร้างบารมี Reviewed by bombom55 on 23:05 Rating: 5

9 ความคิดเห็น:

  1. หากจะมองกินเเบบชาวบ้านทั่วไปคงยาก. ที่จะตอบว่าเกิดมาทำไฝถ้าไม่

    ตอบลบ
  2. หากจะมองกินเเบบชาวบ้านทั่วไปคงยาก. ที่จะตอบว่าเกิดมาทำไฝถ้าไม่

    ตอบลบ
  3. ๑. กรรมสูตร ว่าด้วยกรรมเก่าและกรรมใหม่
    [๒๒๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงกรรมทั้งใหม่และเก่า ความดับแห่งกรรม และปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งกรรม ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กรรมเก่าเป็นไฉน
    จักษุอันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า อันปัจจัยทั้งหลายปรุงแต่งแล้ว สำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว สำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า กรรมเก่า (ทวาร ๖ นี้ต้องคอยรับผลกรรมคือ รูป เสียง...และสภาพธรรมที่ปรากฏทางใจ ทั้งดีและไม่ดีที่เกิดในปัจจุบัน เพราะผลจากกรรมเก่า ทำให้เกิดกิเลสหรือกุศลธรรม และทำให้เกิดกรรมดีหรือชั่วใหม่ต่อไป ตามไตรวัฏ)
    [๒๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กรรมใหม่เป็นไฉน. กรรมที่บุคคลทำด้วย กาย วาจา ใจ ในบัดนี้ นี้เราเรียกว่า กรรมใหม่(ความหมั่นหรือความเพียรพยายามในปัจจุบัน)
    [๒๒๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับแห่งกรรมเป็นไฉน.
    นิโรธที่ถูกต้องวิมุตติ เพราะความดับแห่งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม นี้เราเรียกว่า ความดับแห่งกรรม.
    [๒๓๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งกรรมเป็นไฉนอริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ คือ สัมมาทิฏฐิ ๑ สัมมาสังกัปปะ ๑ สัมมาวาจา ๑ สัมมากัมมันตะ ๑ สัมมาอาชีวะ ๑ สัมมาวายามะ ๑ สัมมาสติ ๑ สัมมาสมาธิ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งกรรม
    (สํ.สฬา.กรรมสูตร 28/275)

    ตอบลบ
  4. เราเลือกได้เมือเกิดมาแล้วของเก่าก็ทนเอาภพใหม่ออกแบบเองเลยจะเป็นอะไรเราเลือกได้

    ตอบลบ
  5. ถูกต้องที่สุดค่

    ตอบลบ
  6. สาธุๆๆ แบบนี้สวดธรรมจักรบ่อยๆก็จะบรรลุธรรมได้เร็ว เพราะสวดสม่ำเสมอทุกวัน แต่ละวันก็สวดบ่อยๆ เรามาสร้างเหตุในการบรรลุธรรมให้หน้าแน่นด้วยการสวดกันเยอะๆบ่อยๆครับ

    ตอบลบ
  7. บุญกับบาปชิงช่วงกันตลอดเวลา ถ้าอยู่ในบุญ บุญก็ได้ช่อง ถ้าไม่สร้างบุญ บาปก็ได้ช่องเอย.

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.